close

Вход

Log in using OpenID

embedDownload
7 2 กก 2557
71
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเอกชน สังกัดสํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3∗
จุฑากิจ นวลมังสอ∗∗
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการดําเนินงาน (2) เปรียบเทียบการดําเนินงาน
และ (3) ศึกษาแนวทางการพัฒนา ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเอกชน สังกัดสํานักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 กลุ่มประชากร ได้แก่ โรงเรียนเอกชนที่เปิดสอนระดับ
ประถมศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 จํานวน 16 โรงเรียน กลุ่ม
ตัวอย่างที่ใช้ คือ บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ได้แก่ ผู้บริหาร จํานวน 16 คน ครูประจําชั้น
จํานวน 113 คน และครูแนะแนว จํานวน 16 คน รวมทั้งหมด 145 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย
แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า
เบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวน
ผลการวิจัยพบว่า (1) ระดั บการดําเนินงานการดูแลช่วยเหลื อนักเรียน ในด้า นรู้จักนักเรียนเป็ น
รายบุคคล ด้านการคัดกรองนักเรียน ด้านการส่งเสริมพัฒนานักเรียน ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา และ
ด้านการส่งต่อ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (2) ผลการเปรียบเทียบการดําเนินงาน ระบบการดูแลช่วยเหลือ
นักเรียน ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูประจําชั้น ครูแนะแนว โดยรวมแตกต่างกัน และ (3) แนวทางการ
พัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน พบว่า ครูควรเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคน ประสานกับผู้ปกครองอย่าง
ใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้าร่วมวางแผนต่าง ๆ กับโรงเรียน
คําสําคัญ: ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
∗
ส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครศรีธรรมราช
∗∗
นักศึกษาปริญญาโท
72
7 2 กก 2557
The Student Care and Support System of the Private
School under Nakhon Si Thammarat Primary Educational
Service Area Office 3∗
Juthakij Nounmongso∗∗
Abstract
The objectives of this research were to determine: (1) the level of student care
and support performance, (2) the comparison of the performance between student care
and support and (3) the approach to develop the performance of student care and
support system of the private school under Nakhon Si Thammarat Primary Educational
Service Area Office 3. The samples were 145 private school educators, consisted of 16
administrators, 113 class instructors and 16 guidance teachers. The research instrument
was questionnaires. The statistics for data analysis were mean, standard deviation and
analysis of variance (One-way ANOVA).
The research results were as follows:
1. The level of student care and support performance between the private
school under Nakhon Si Thammarat Primary Educational Service Area Office 3, as a whole
and as an individual was at the high level.
2. The comparison of the performance of student care and support according to
the opinions of administrators, advisors and guidance teachers, as a whole and as an
individual was different.
3. The approach to develop the performance of student care and support system
were home visit, establishing the parent networks, cooperating with parents for school
planning and management.
Key words: The Student Care and Support System.
∗
Part of Thesis for the Master Degree of Education Degree in Educational Administration Program,
Nakhon Si Thammarat Rajabhat University.
∗∗
Graduate Student.
7 2 กก 2557
บทนํา
สังคมไทยในยุคปัจจุบันได้พัฒนาจากสังคม
เกษตรกรรมมาเป็ น สั ง คมกึ่ ง อุ ต สาหกรรมและได้
พัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น จึงก่อ
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการดําเนินชีวิตของบุคคล
อย่ างหลี กเลี่ ยงไม่ ได้ ซึ่ งสํ านั กงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน (2548) ระบุไว้ว่าสถานการณ์
และปัญหาเด็กในสังคมไทยนับวันจะมีความซับซ้อน
วิกฤตและรุนแรงมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจ ทุนนิยม
เชิงตลาด การแข่งขันแบบเสรี การเร่งเร้า การกระตุ้น
ในลักษณะบริโภคนิยมผ่านสื่อต่าง ๆ รวมทั้งสังคมที่
เปลี่ ย นแปลงไปอย่ า งรวดเร็ ว ทางด้ า นการสื่ อ สาร
เทคโนโลยีต่า ง ๆ ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและ
เชิงลบต่อเด็กและเยาวชนส่ว นหนึ่ง จึงได้รับ การ
หล่อหลอมจากบรรยากาศและสภาพแวดล้ อมที่ไม่
สร้ า งสรรค์ ส่ ง ผลให้ เ ด็ ก และเยาวชนมี พ ฤติ ก รรม
เบี่ยงเบน ล่อแหลมต่อการกระทําผิดกฎหมาย หมิ่นเหม่
ต่อศีลธรรมอันดีงาม มีค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ การ
พั ฒ นาให้ นั ก เรี ย นเป็ น บุ ค คลที่ มี คุ ณ ภาพทั้ ง ด้ า น
ร่างกายจิตใจและสติปัญญาความสามารถ มีคุณธรรม
จริยธรรมและวิถีชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวังไว้
โดยผ่านกระบวนการทางการศึกษานั้น นอกจากจะ
ดํา เนิ นการด้ว ยการส่ งเสริ มสนับ สนุ นนั กเรีย นแล้ ว
การป้องกันและการช่ว ยเหลือแก้ปัญ หาต่าง ๆ ที่
เกิดขึ้นกับนักเรียนก็เป็นสิ่งสําคัญประการหนึ่งของการ
พัฒนา ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ทุกคน โดยเฉพาะบุคลากรครู และทุกคนในโรงเรียน
ซึ่ง มีค รูที่ป รึกษาเป็น หลัก สํา คัญ ในการดํา เนิน การ
ต่าง ๆ เพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิดด้วย
ความรักและเมตตาที่มีต่อศิษย์ และภาคภูมิใจใน
บทบาทที่มีส่วนสําคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
เยาวชนให้เติบโต งอกงาม เป็นบุคคลที่มีคุณค่าของ
สังคมต่อไป (กรมสุขภาพจิต, 2546)
จากข้อมูลข้างต้น แสดงถึงสถานการณ์ที่
หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งจะต้ อ งช่ ว ยกั น แก้ ไ ขรวมถึ ง
สถานศึกษาซึ่งมีส่วนในการดูแล อบรมบ่มนิสัยให้กับ
73
เด็กและเยาวชนโดยตรง ควรให้ความสําคัญในการ
จั ด ระบบการดู แ ลช่ ว ยเหลื อ นั ก เรี ย นในโรงเรี ย น
เอกชนให้มีประสิทธิภาพ ประกอบกับผู้วิจัยทํางาน
ในโรงเรียนเอกชนและการดําเนินงานระบบการดูแล
ช่ ว ยเหลื อนั ก เรี ย นที่ ผ่ า นมาไม่ ป ระสบความสํ า เร็ จ
เท่าที่ควร จึงสนใจที่จะศึกษาระบบการดูแลช่วยเหลือ
นักเรียนและแนวทางการดําเนินงานระบบการดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเอกชน สังกัดสํานักงาน
เขตพื้ น ที่ การศึ ก ษาประถมศึ กษานครศรี ธ รรมราช
เขต 3 เพื่อนําผลการวิจัยไปเป็นแนวทางในการ
พั ฒ นาการบริ ห ารจั ด การระบบการดู แลช่ ว ยเหลื อ
นักเรียนของโรงเรียนต่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื ่อ ศึก ษาระดับ การดํ า เนิน งานระบบ
การดูแ ลช่ว ยเหลือ นัก เรีย นของโรงเรีย นเอกชน
สั ง กั ด สํ า นั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาประถมศึ ก ษา
นครศรีธรรมราช เขต 3
2. เพื่อเปรียบเทียบการดําเนินงานระบบ
การดูแ ลช่ว ยเหลือ นัก เรีย นของโรงเรีย นเอกชน
สั ง กั ด สํ า นั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาประถมศึ ก ษา
นครศรีธรรมราช เขต 3 จําแนกตามความคิดเห็น
ของผู้บริหาร ครูประจําชั้นและครูแนะแนว
3. เพื่อ ศึก ษาแนวทางการพัฒ นาระบบ
ดูแลช่ว ยเหลือนักเรีย นของโรงเรีย นเอกชน สังกัด
สํ านั กงานเขตพื้ นที่ การศึ กษาประถมศึ กษา
นครศรีธรรมราช เขต 3
วิธีการวิจัย
ประชากร ได้แ ก่ ผู้บ ริห าร ครูแ นะแนว
และครูประจําชั้นในโรงเรียนเอกชน สังกัดสํานักงาน
เขตพื้ น ที่ การศึ ก ษาประถมศึ กษานครศรี ธ รรมราช
เขต 3 ที่เปิดสอนระดับประถมศึกษา จํานวน 16
โรงเรียน จําแนกเป็นผู้บริหาร 16 คน ครูแนะแนว
16 คน ครูประจําชั้น 157 คน รวมทั้งสิ้น 189 คน
กลุ่ มตั วอย่า ง ได้กําหนดขนาดกลุ่มตั วอย่า งดั งนี้
ผู้บ ริห ารและครูแ นะแนว ใช้วิธีเ ลือกแบบเจาะจง
74
7 2 กก 2557
ซึ่ง เป็น ตัว แทนจากกลุ่ม ประชากร จํา นวนกลุ่ม ละ
16 คน ครูประจําชั้น ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย โดยวิธี
การจับฉลากและกําหนดขนาดตัว อย่า งตามตาราง
เครจซี่และมอร์แกน ( Krejcie & Morgan อ้างถึง
ใน พิชิต ฤทธิ์จรูญ, 2554) จํานวน 113 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ
แบบสอบถามที่มีขั้นตอนตามหลักวิชาการจากการ
ทบทวนงานวิ จั ย ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง สร้ า งแบบสอบถาม
เกี่ ย วกั บ การดํ า เนิ น งานระบบการดู แ ลช่ ว ยเหลื อ
นักเรียนของโรงเรียนเอกชน ทําแบบสอบถามที่ผ่าน
การพิจ ารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เ กี่ย วข้อ ง
3 ท่ า น พร้ อ มนํ า ข้ อ เสนอแนะที่ ไ ด้ ป รั บ ปรุ ง แบบ
สอบถามให้ส มบูร ณ์ ทั ้ง ทางด้า นความเที ่ย งตรง
ของเนื ้อ หาและภาษาไทย คํ า นวณค่า ดัช นีค วาม
สอดคล้อง IOC (Index of Item Objective
Congruence) คัด เลือ กข้อ คํ า ถามที ่ม ีค ่า IOC
ตั้งแต่ 0.6 ขึ้นไปปรับปรุงตามคํา แนะนําของผู้ทรง
คุณ ธรรมแล้ว นํ า ไปทดสอบความเชื ่อ มั ่น หาค่า
สัมประสิทธิ์แอลฟ่าตามวิธีของครอนบาค (Cronbach,
1990 อ้างอิงในพิชิต ฤทธิ์จรูญ, 2554) ได้เท่ากับ .987
เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรกลุ่มตัวอย่าง
ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บ ริห าร ครูป ระจํา ชั้น และครู
แนะแนว จากโรงเรี ยนในสั งกั ดสํ านั กงานเขตพื้ นที่
การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ทั้ง
ทางไปรษณี ย์ และเก็ บด้ ว ยตนเอง ได้ รั บ คื นจํ านวน
145 ฉบั บ คิ ดเป็ นร้ อยละ 100 นํ า ผลที่ ได้ จากการ
วิ เ คราะห์ ข้ อมู ล ข้ อคิ ด เห็ น และข้ อเสนอแนะจาก
แบบสอบถามปลายเปิด มาจัดสนทนากลุ่ม ในกลุ่ม
ผู้ บ ริ ห าร ครู แ นะแนว ครู ผู้ ส อนที่ มี ค วามรู้ ค วาม
เชี่ย วชาญและมีประสบการณ์ในการจัด ระบบดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนไม่น้อยกว่า 7 ปี จํานวน 7 คน และ
นักเรียนที่เป็นประธานนักเรียน 7 คน ร่วมสนทนากลุ่ม
วิ เ คราะห์ ข้ อ มู ล ทางสถิ ติ โ ดยใช้ โ ปรแกรม
สําเร็จรูปสถิติทางสังคมศาสตร์ ดังนี้ (1) วิเคราะห์
สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ สถานภาพ
ของครู ใช้ก ารแจกแจงความถี่ และค่า ร้อ ยละ
(2) การวิเคราะห์ระดับการดําเนินงานระบบการดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเอกชน ใช้ค่าเฉลี่ย
( ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) (3) วิเคราะห์
เปรียบเทียบการดําเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือ
นักเรียนของโรงเรียนเอกชน จําแนกตามสถานภาพ
โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (Oneway ANOVA) และตรวจสอบความแตกต่างของ
ค่า เฉลี่ย เป็น รายคู่ ด้ว ยวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe)
(4) วิเ คราะห์ แบบสอบถามปลายเปิด ข้อ มูล ที่ไ ด้
จากแบบสอบถามปลายเปิด ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
(Content Analysis) และ (5) วิเคราะห์การสนทนา
กลุ่ม ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยและอภิปรายผล
1. ระดับการดําเนินงานตามระบบการดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเอกชน สังกัดสํานักงาน
เขตพื้ น ที่ การศึ ก ษาประถมศึ กษานครศรี ธ รรมราช
เขต 3 ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูประจําชั้น
และครูแนะแนว ทุกด้านโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก
(4.21±0.50) โดยเรียงค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรกคือ
ด้านรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ด้านการส่งเสริม
พัฒนานักเรียน ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ตามลําดับ
ผลการศึกษาการดําเนินงานระบบการดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเอกชน สังกัดสํานักงาน
เขตพื้ น ที่ การศึ ก ษาประถมศึ กษานครศรี ธ รรมราช
เขต 3 ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูประจําชั้น
และครูแนะแนวโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้
เป็นเพราะว่าการดําเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือ
เป็ น ภาระงานสํ า คัญ ของสถานศึกษาที่ ต้ องกํ าหนด
เป็นนโยบายที่ชัดเจน มีกระบวนการดําเนินงานอย่าง
เป็นระบบ ประสานความร่วมมือจากครู นักเรียน
บุคลากรทางการศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริม
แก้ไ ขปัญ หาและพัฒ นาคุณ ภาพชีวิต ของนัก เรีย น
ให้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
ความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม และมี
7 2 กก 2557
วิถีชีวิต ที่เ ป็น สุข ตามที่สัง คมมุ่ง หวัง ซึ่ง สอดคล้อ ง
กั บ งานวิ จั ย ของสุ รั ช ต์ ชาตะรั กษ์ (2550) รายงาน
การดํ า เนิ น งานตามมาตรฐานระบบดูแลช่ว ยเหลื อ
นักเรีย นในสถานศึกษา สังกัด สํา นักงานเขตพื้น ที่
การศึกษาหนองคาย เขต 3 โดยภาพรวมและรายด้าน
อยู่ในระดับมาก
นอกจากนี้ ยั ง สอดคล้ อ งกั บ งานวิ จั ย ของ
สมศั ก ดิ์ วรรณศิ ริ (2550) รายงานการดํ า เนิ น งาน
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนที่เปิดสอน
ช่ ว งชั้ น ที่ 3-4 สั ง กั ด สํ า นั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษา
มหาสารคาม เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ ในระดั บ มาก
และเมื่ อพิ จ ารณารายด้ า นอยู่ ในระดั บ มากทุ กด้ า น
สอดคล้ อ งกั บ งานวิ จั ย ของจั ก รี โพธิ์ สํ า นั ก (2550)
รายงานปัญหาการดําเนิ นงานระบบดูแลช่ วยเหลื อ
นั กเรี ย นชั้ น มั ธ ยมศึ กษา สั ง กั ด สํ า นั กงานเขตพื้ น ที่
การศึกษาสระแก้ว เขต 2 โดยภาพรวมและรายด้าน
อยู่ในระดับมากเช่นกัน
จากผลการวิ จั ย ดั ง กล่ า วแสดงให้ เ ห็ น ว่ า
ผู้บริหาร ครูประจําชั้นและครูแนะแนวทุกคนมีความ
ตระหนั ก ต่ อ ความสํ า คั ญ ของระบบดู แลช่ ว ยเหลื อ
นั ก เรี ย น ซึ่ ง การดํ า เนิ น งานระบบดู แ ลช่ ว ยเหลื อ
นักเรียนจะต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่าย โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งครูประจําชั้นต้องรับรู้ข้อมูลของนักเรียนโดย
การไปเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นรายบุคคล จะช่วยให้ครู
ได้ทราบชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพแวดล้อมทาง
บ้านของนักเรียน
2. ผลการเปรี ย บเที ย บการดํ า เนิ น งาน
ระบบการดูแ ลช่ว ยเหลือ นัก เรีย นของโรงเรีย น
เอกชน สั ง กั ด สํ า นั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษา
ประถมศึกษานครศรีธ รรมราช เขต 3 ตามความ
คิ ด เห็ น ของผู ้ บ ริ ห าร ครู ป ระจํ า ชั ้ น และครู
แนะแนว โดยจํ า แนกตามสถานภาพในภาพรวม
และรายด้ า นอยู ่ใ นระดับ มากทั ้ง สามกลุ ่ม ดัง นี้
ผู้บ ริห ารค่า เฉลี ่ย รวม(4.48±0.38) ครูป ระจํา ชั ้น
ค่า เฉลี ่ย รวม (4.13±0.51) และครูแ นะแนวเฉลี ่ย
รวม (4.41±0.34) วิเคราะห์ความแปรปรวนพบว่า
75
แตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานของการวิจัย
ในรายด้า นรู ้จ ัก นัก เรีย นเป็น รายบุค คล
ด้านการส่งเสริมพัฒนานักเรียน และด้านการป้องกัน
และแก้ไขปัญหาพบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05 จะเห็นว่าทั้งสามด้านหน้าที่หลัก
เป็ น ของครู ป ระจํ า ชั้ น ที่ จ ะอยู่ ใกล้ ชิ ด นั กเรี ย น รู้ จั ก
นักเรียนเป็นอย่างดี ซึ่งให้น้ําหนักไปที่ครูประจําชั้น
เป็น หลัก ทั ้ง นี ้เ ป็น ไปตามนโยบายสํ า นัก งาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ออนไลน์, 2552)
ได้กําหนดให้ปีการศึกษา 2552 เป็น “ปีแห่งการดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนอย่างยั่งยืน” ด้วยการจัดกิจกรรม
สัป ดาห์เ ยี่ย มบ้า นนัก เรีย นโดยให้ส ถานศึก ษาจัด
ครูที่ปรึกษาออกเยี่ย มนักเรียนในความปกครองถึง
บ้า นพัก ทุก คนให้ค รบร้อ ยเปอร์เ ซ็น ต์ เพื ่อ ให้ไ ด้
ข้ อ มู ล นั ก เรี ย นเป็ น รายบุ ค คลตามระบบการดู แ ล
ช่ ว ยเหลื อ นั ก เรี ย นอย่ า งแท้ จ ริ ง และสอดคล้ อ งกั บ
กระทรวงศึ กษาธิ การ (2547) กล่ า วว่ า ระบบดู แ ล
ช่วยเหลือนักเรียนเป็นกระบวนการดําเนินงานดูแล
ช่ว ยเหลือ นัก เรีย นอย่า งเป็น ระบบ มีขั้น ตอนมี
ครูที่ป รึก ษาเป็น บุค ลากรหลัก ในการดํ า เนิน งาน
โดยการมีส่ว นร่ว มของบุคลากรทุกฝ่า ยที่เ กี่ยวข้อง
ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
3. แนวทางการพัฒ นาการดํ า เนิน งาน
ระบบดูแ ลช่ว ยเหลือนัก เรีย นของโรงเรีย นเอกชน
สั ง กั ด สํ า นั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาประถมศึ ก ษา
นครศรี ธ รรมราช เขต 3 ตามความคิ ด เห็ น ของ
ผู้บ ริห าร ครูป ระจํา ชั้น และครูแนะแนว พบว่า
ครู ประจํ าชั้ น/ครู แนะแนวควรออกพบปะผู้ ปกครอง
นักเรียน (45% จากแบบสอบถามทั้งหมด) เนื่องจาก
นัก เรีย นแต่ล ะคนมีพื้น ฐานความเป็น มาของชีวิต
ที ่ไ ม่เ หมือ นกัน ทํ า ให้เ กิด พฤติก รรมหลากหลาย
รูปแบบทั้งด้านสังคม วัฒนธรรมและวิถีชีวิต การรู้
ข้อมูลที่จําเป็น เกี่ย วกับตัวนักเรียนจึงเป็นสิ่งสําคัญ
ที่จะช่วยให้ครูมีความเข้าใจนักเรียนมากขึ้น สามารถ
นําข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อการคัดกรองนักเรียน เป็น
76
7 2 กก 2557
ประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนา ป้องกันแก้ไขและ
ช่ว ยเหลือนักเรีย นได้อย่า งถูกต้องซึ่งสอดคล้องกับ
งานวิจัยของสิทธิศักดิ์ อุสาพรหม (2552) รายงานการ
พั ฒนากระบวนการดํ าเนิ นงานระบบดู แลช่ วยเหลื อ
นักเรีย น โรงเรีย นบ้า นอูน นา สังกัด สํา นักงานเขต
พื้ น ที่ ก ารศึ กษานครพนม เขต 2 โดยเน้ น การจั ด
กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ซึ่งส่งผลให้ครู
ที่ ป รึ ก ษาได้ ใ กล้ ชิ ด ดู แ ลเอาใจใส่ รู้ พ ฤติ ก รรมของ
นั ก เรี ย น รู้ ข้ อ มู ล ของนั ก เรี ย นและเข้ า ใจนั ก เรี ย น
กิจ กรรมประชุ มผู้ป กครองนั กเรี ยน กิ จ กรรมเยี่ ย ม
บ้า นนักเรีย น ซึ่งส่งผลให้ผู้ป กครองนักเรีย นได้ มี
โอกาส และมีส่ว นร่ว มในการพัฒ นา แก้ปัญ หา
พฤติกรรมของนักเรียน สถานศึกษาควรมีการประชุม
ครู กําหนดเกณฑ์การคัดกรอง เพื่อจัดกลุ่มนักเรียน
ร่วมกัน (25% จากแบบสอบถามทั้งหมด) ให้เป็นที่
ยอมรับของครูในสถานศึกษาและสอดคล้องกับสภาพ
ความเป็น จริง ครูผู้ส อนควรส่งเสริมนักเรีย นให้ทํา
กิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการแนะแนวเพิ่มมากขึ้น ควร
มี การประชุ ม ร่ ว มกั น เพื่ อ แก้ ไขปั ญ หา และวาง
แผนการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นโดยครูทุกคน ควรหา
เทคนิควิธีการในการช่วยเหลือและส่งต่ออย่างเป็น
ระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัย
ของพรพิ มล ยาปิ่ น (2553) พบว่ าการพั ฒนาการ
ดําเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียน
โคกม่วงศึกษา อําเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดย
ใช้หลักการพัฒนาด้วยกลยุทธ์การประชุมปฏิบัติการ
การนิเทศภายในและการนิเทศแบบมีส่วนร่วม ทําให้
การดํ า เนิ นงานตามระบบดู แลช่ว ยเหลือ นัก เรีย น
และมีก ารดํา เนิน งานอย่า งเป็น ระบบดีขึ้น เมื่อ
ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกฝ่าย
ข้อเสนอแนะ
จากการศึก ษาการดํา เนิน งานระบบการ
ดูแลช่วยเหลือนักเรีย นของโรงเรียนเอกชน สังกัด
สํ า นั ก ง านเขต พื้ น ที่ ก ารศึ ก ษ าประถ มศึ ก ษ า
นครศรีธ รรมราช เขต 3 จากการวิจัยพบว่าการ
ดํา เนิน งานในทุก ด้า นอยู่ใ นระดับ มากและเพื่อ ให้
การพั ฒ นาการดํ า เนิ น งานให้ ดี ขึ้น ควรดํ า เนิ น การ
เพิ่ มเติ มดั งนี้
1. ด้ า นรู้ จั ก นั ก เรี ย นเป็ น รายบุ ค คลนั้ น มี
คะแนนเฉลี ่ย สูง สุด แต่ค วรมีก ารจัด ครูที่ป รึก ษา
ดูแลนักเรียนให้เพีย งพอต่อจํา นวนนักเรีย นให้เ ป็น
ไปตามเกณฑ์มาตรฐานนักเรียน 17–25 คน/ครู 1
คน เป็นการช่วยลดภาระด้านการสอนและกิจกรรม
ของโรงเรียน ทําให้สามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง
และสามารถไปเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคนได้
2. ด้ า นการคั ด กรองนั ก เรี ย นมี ค่ า คะแนน
เฉลี่ยสูงสุดแต่ควรมีการสร้างความเข้ าใจเรื่ องเกณฑ์
การคัด กรองที่มีค วามชัด เจนและหลากหลายและ
ประชุ มชี้ แจงให้ ครู ทุกคนมี ความรู้ ความเข้ าใจ
เกี่ยวกับเกณฑ์การคัดกรอง เพื่อจัดกลุ่มนักเรียน
ร่วมกัน โดยให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงซึ่ง
เป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่งสําหรับการคัดกรองนักเรียน
3. ด้ า นการส่ ง เสริ ม พั ฒ นานั ก เรี ย นซึ่ ง มี
ค่า เฉลี ่ย สูง เช่น กัน แต่ค วรจะมีก ารจัด กิจ กรรม
พัฒ นานัก เรีย นในกลุ่ม เสี ่ย ง/กลุ่ม มีปัญ หาให้เ ป็น
กลุ่มปกติอย่า งยั่งยืน ควรเปิดโอกาสให้นักเรีย นมี
ส่วนร่วมในการจัดรูปแบบกิจกรรม มีการจัดกิจกรรม
พบครู ป ระจํ า ชั้ น ที่ เ ป็ น บรรยากาศหลากหลาย จั ด
กิจกรรมแข่งขันทักษะทางวิช าการ มีการสอนซ่อม
เสริมแก่นักเรียน
4. ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอีกด้าน
ที่ ค่ า เฉลี่ ย สู ง ซึ่ ง ก็ ค วรประสานงานกั บ บุ ค คลหรื อ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ของนักเรียนตลอดจนการประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง
ในการให้ความช่วยเหลือ ป้องกันแก้ไขปัญ หา และ
ขอความร่วมมือนักเรียน ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม
และส่ง เสริม การทํ า งานเป็น ทีม ของครู ที่ ทํ า งาน
เกี่ ย วกั บ การดํ า เนิ น งานระบบการดู แ ลช่ ว ยเหลื อ
นักเรียนไม่เพียงแต่ครูประจําชั้นอย่างเดียว
5. ด้านการส่งต่อ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด
ดั ง นั้ น ในการดํ า เนิ น งานระบบดู แ ลช่ ว ยเหลื อ
นักเรียนควรให้เวลาในการติดตามผลการช่วยเหลือ
7 2 กก 2557
นักเรีย นมากขึ้น เมื่อส่งต่อนักเรี ยนที่มีปัญหาและได้
ดํ าเนิ นการแล้ วควรแจ้ งผลกลั บมายั งครู ประจํ าชั้ น
ประสานหน่ วยงานการส่ งต่ อภายนอกให้ ผู้ เชี่ ยวชาญ
เฉพาะทางหรือ องค์ก รที ่เ กี ่ย วข้อ งได้ช ่ว ยเหลือ
พัฒนาในส่วนเอกชนมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2546). คู่มือ
การบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ช่วงชั้นที่ 1–2 (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6).
กรุงเทพฯ: สํานักงานกิจการโรงพิมพ์
องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2547). การดําเนินงานระบบ
การดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา
สําหรับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ
สถานศึกษาสังกัดสํานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
จักรี โพธิ์สํานัก. (2550). ปัญหาการดําเนินงาน
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนระดับชั้น
มัธยมศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาสระแก้ว เขต 2. วิทยานิพนธ์
หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต. สาขาการ
บริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยบูรพา.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2554). ระเบียบวิธีการวิจัยทาง
สังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: เฮ้าส์ ออฟ
เคอร์มิสท์.
พรพิมล ยาปิ่น. (2553). การพัฒนาการดําเนินงาน
ตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน
โคกม่วงศึกษา อําเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น.
วิทยานิพนธ์หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต
สาขาการบริหารการศึกษา,
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
77
สมศักดิ์ วรรณศิริ. (2550). การดําเนินงานระบบ
ดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนที่
เปิดสอนช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสํานักงานเขต
พื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1.
วิทยานิพนธ์หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัย
ราชภัฏมหาสารคาม.
สิทธิศักดิ์ อุสาพรหม. (2552). การพัฒนา
กระบวนการดําเนินงานระบบดูแล
ช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านอูนนา
สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
นครพนม เขต 2. วิทยานิพนธ์หลักสูตร
การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหาร
การศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
(2548). การศึกษาสภาพการจัดระบบการ
ดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชน
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
(2552). ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน.
ค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2552, จาก
www.Obec.go.th/file_e-office
/2009731091425.
สุรัชต์ ชาตะรักษ์. (2550). การดําเนินงานตาม
มาตรฐานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ในสถานศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาหนองคาย เขต 3. วิทยานิพนธ์
หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาการบริหารการศึกษา,
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
1/--pages
Пожаловаться на содержимое документа